ดูหน้า

Botolinum Toxin (โบทูลินัมท็อกซิน)

 

 

     โบทูลินัมท็อกซิน เอ  หรือโบท๊อกซ์ ได้มาจากแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ซึ่งมีคุณสมบัติทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดคลายตัวชั่วคราว ดังนั้นจึงนิยมนำ โบท๊อกซ์ มาใช้สำหรับการลดรอยย่นของผิวหนัง เช่นรอยย่นเวลาขมวดคิ้ว เพราะเมื่อกล้ามเนื้อหดตัวแล้ว เวลาขมวดคิ้วกล้ามเนื้อจึงไม่จับกันเป็นก้อนนูนออกมา และยังสามารถช่วยในการปรับแต่งรูปหน้าได้ เช่น ยกคิ้ว ยกมุมปาก ลดปีกจมูก กรรมวิธีในการฉีด โบท๊อกซ์ นั้นแสนง่าย รวดเร็ว ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ฉีดเสร็จก็สามารถกลับบ้านได้เลย ราคาไม่แพง และสามารถเสริมแต่ง หรือ แก้ไขเฉพาะจุดที่จำเป็น โดยเฉพาะผู้เข้ารับการรักษาที่มีอายุน้อยซึ่งความแข็งแรงยืดหยุ่นของผิวพรรณยังค่อนข้างสมบูรณ์ดีอยู่ จะใช้ยาในปริมาณที่น้อยมาก การแก้ไขในบางจุดจึงมีค่าใช้จ่ายที่น้อยมาก หลังฉีดโบท๊อกซ์ จะเห็นผลประมาณ 3-7 วัน ซึ่งผลจากการฉีดจะอยู่ได้ราว 6-8 เดือน โดยสามารถฉีดซ้ำได้เมื่อกล้ามเนื้อกลับสู่สภาพเดิม

 

ประโยชน์ในด้านความงาม

  1. ลดเลือนริ้วรอยบนในหน้า ที่เกิดจากการแสดงสีหน้า เพราะสีหน้าของคนเราที่เปลี่ยนไป เกิดจากการขยับตัวการทำงานของกล้ามเนื้อ ไม่ว่าจะเป็นการยิ้ม ซึ่งจะทำให้เกิดรอยตีนกา และ รอยย่น รอบ ดวงตา (crow’s feet), การขมวดคิ้ว ลบ รอยย่น บริเวณ หน้าผาก (Forehead Line) รอยย่น ระหว่าง คิ้ว (Glabella) ,รอยย่น รอบปาก (Perioral Fold) และ ร่องแก้ม เป็นต้น รวมไปถึงลำคอ (Platysma) ได้อีกด้วย
  2.  การปรับโครงหน้า (ลดกราม) กล้ามเนื้อกรามเป็นกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ เมื่อฉีดโบท๊อกซ์ไปยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อไปสักระยะ เมื่อกล้ามเนื้อไม่ถูกใช้งาน ก็จะมีขนาดเล็กลง ทำให้มุมกรามของเราเล็ก มองเห็นหน้าเรียวลงได้
  3. ลดขนาดน่อง
  4. ปรับรูปคิ้ว ลักษณะของคิ้วที่เป็นอยู่ เกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อที่ดึงต้านกันตามหลักกายวิภาค เราสามารถออกแบบให้การยับยั้งกล้ามเนื้อในบางจุด ก็จะสามารถทำให้รูปคิ้วเปลี่ยนไปได้
  5. ลดปริมาณเหงื่อที่รักแร้และผ่ามือ

 

ผลของการฉีด โบท๊อกซ์

        ในกรณีที่ฉีดเพื่อการลดริ้วรอย หลังฉีด โบท๊อกซ์แล้ว ริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงอารมณ์เช่น การขมวดคิ้ว รอยย่นจมูกที่เกิดจากการยิ้มจะลดลง ผิวเรียบเนียนขึ้น ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์ หรือกรณีที่ฉีดปรับแก้ไขรูปหน้า ก็ทำได้ในหลายกรณี เช่น การฉีดลดกล้ามเนื้อตรงส่วนกรามให้เล็กลงส่งผลให้หน้าดูเรียวขึ้น การทำให้คิ้วโก่ง ให้มุมปากที่ตกยกขึ้น ปีกจมูกเล็กลง นอกจากนี้ยังมีความสามารถควบคุมต่อมเหงื่อ เพื่อลดเหงื่อใต้วงแขน โดยการทำงานยับยั้งการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ Sympathetic ที่ควบคุมต่อมเหงื่อทำให้ผลิตเหงื่อลดลง

 

ใครบ้างที่ไม่ควรฉีด โบท๊อกซ์

         1.  ผู้ป่วยโรคระบบกล้ามเนื้อ

         2.  ผู้ที่มีประวัติแพ้ Albumin

         3.  ผู้ที่มีประวัติแพ้ Botulinum Toxin

         4.  หญิงมีครรภ์อยู่ระหว่างให้นมบุตร

  

การเตรียมตัวก่อนการฉีดโบท๊อกซ์

        1.  ห้ามรับประทานยาลดการอักเสบ หรือแอสไพริน ก่อนการฉีดยา 1 อาทิตย์

        2.  ควรหยุดรับประทานวิตามิน โดยเฉพาะ วิตามินอี น้ำมันปลา ใบแปะก๊วย และสมุนไพรร้อน เช่น โสม ก่อนการรักษาประมาณ 2-3 วัน      

  

การดูแลหลังฉีดโบท๊อกซ์

        1.  ห้ามนอนราบ 3 ชม. หลังทำ เนื่องจากตัวยาอาจกระจายออกนอกตำแหน่งที่ฉีด ทำให้ไม่ได้ประสิทธิภาพที่ต้องการ

        2.  ห้ามนวดบริเวณที่ฉีด เพราะทำให้ยากระจายตัวไปที่กล้ามเนื้อรอบดวงตาได้

        3.  ขยับกล้ามเนื้อที่ฉีด ทุก 15 นาที ในชั่วโมงแรกหลังฉีด เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ดีขึ้น

        4.  หากมีรอยช้ำหลังฉีด ประคบเย็นที่บ้านต่อ ไม่ให้นวด หรือประคบอุ่น และงดทานยาจำพวก แอสไพริน วิตามินอี  สมุนไพรร้อน เช่น แปะก๊วย โสม 2-3 วัน เพื่อลดรอยช้ำหลังฉีด (หากมี)

        5.  ควรงดการดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 2 อาทิตย์แรกซึ่งอาจจะมีผลทำให้โบท็อกซ์ออกฤทธิ์ได้ไม่ดี หรืออาจแย่ไปกว่านั้น อีกก็คือ ทำให้เกิดริ้วรอยแผลบริเวณตำแหน่งที่ฉีดโบท็อกซ์

        6.  ช่วงเดือนแรกงดเว้นการนวดหน้าแรงๆ หรือ การทำ treatment ร้อน เช่น RF, การซาวน่า

        7.  สำหรับผู้ที่ฉีดหน้าเรียว ควรงดเว้นการเคี้ยวหมากฝรั่ง เนื่องจากจะทำให้การฉีดไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร

 


02 ธันวาคม 2558

ผู้ชม 1122 ครั้ง