ดูหน้า

Theard Lift (PDO)

 

 

     ไหมละลาย PDO เป็นที่รู้จักและใช้ในวงการแพทย์มานานแล้ว ศัลยแพทย์นำมาใช้ในการผ่าตัดเย็บเส้นเลือดหัวใจ ทางด้านความงามมีการนำไหมชนิดนี้มาใช้เพื่อรักษาความหย่อนคล้อยของผิวหนัง เชื่อว่าหลังการสอดไหมใต้ผิวหนังจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนมาล้อมรอบๆเส้นไหม ก่อให้เกิดผลของการรยกกระชับของผิวหนังให้ดูเต่งตึงขึ้น นอกจากนั้นยังมีการเพิ่มการหมุนเวียนของเส้นเลือดที่ผิวบริเวณที่รับการร้อยไหมจึงทำให้ผิวบริเวณนั้นดูผ่องใสเพิ่มขึ้น เมื่อไหมละลายไปในระยะเวลา6เดือน ความคงอยู่ของการยกกระชับจะคงอยู่ต่อไปได้นานประมาณ1-2 ปีขึ้นกับสภาพผิวแต่ละบุคคล

 

บริเวณที่นิยมร้อยไหม PDO

        -  คิ้วตก หางคิ้วงุ้มลง สามารถร้อยดึงให้ยกขึ้นได้

        -  ริ้วรอยรอบดวงตา หรือถุงใต้ตา สามารถร้อยขึงให้ตึงขึ้น

        -  จมูกงุ้ม ก็จะร้อยปลายจมูกให้เด้งขึ้นได้

        -  ริมฝีปากล่างห้อย สามารถร้อยไหมให้ยกกระชับขึ้น หรือแก้ไขมุมปากตกให้ยกกระชับขึ้น

        -  แก้ไข้ร่องแก้มลึก แก้มย้อย มุมแก้มไม่มีไม่ปริมาตร ไม่มีโหนกแก้ม

        -  แก้ปัญหาใบหน้าไม่ชัด คางสองชั้น

 

ขั้นตอนการร้อยไหม PDO

        -  ร้อยเป็นลักษณะคลื่น ในชั้นหนังแท้และชั้น ไขมัน ใต้ผิวหนังสลับกันไปมา เรียกว่า Sewing Technique แล้วขึงให้ตึง โดยเส้นไหมจะถูกฆ่าเชื้อ และสอดไว้ในเข็มที่มีปีกจับคล้ายปีกผีเสื้อ เมื่อร้อยเสร็จเส้นไหมจะถูกขึงติดอยู่ตามแนวที่ร้อยใต้ผิวหนังบนใบหน้า ทำให้ไม่เห็นตัวไหมแม้แต่นิดเดียว เวลาร้อยไหมจะมีเลือดเป็นจุดเล็กๆ นิดเดียว ไม่มีแผล อาจมีรอยช้ำเล็กน้อย และหายไปได้เอง ภายในหนึ่งสัปดาห์

 

การเตรียมตัวก่อนการร้อยไหม

        สำหรับผู้ที่กินยาแอสไพริน หรือกินน้ำมันปลา ให้หยุดกินยาดังกล่าว 1 สัปดาห์  

 

ปริมาณ ไหมที่ใช้

        -  ปริมาณไหมที่ร้อยทั้งหน้าจะอยู่ประมาณ 40-60 เส้น ถ้าร้อยเฉพาะจุดก็จะลดลงไป โดยหน้าผากจะใช้ประมาณ 10-15 เส้น  ยกคิ้วหางตา 5-8 เส้น  แก้มข้างละ 25 เส้น คางเหนียง 15-30 เส้น

 

ผลลัพธ์ที่ได้

          หลังการร้อยไหมจะเห็นผลชัดเจนได้ทันที และดีขึ้นเรื่อยๆ ใน 2-3 สัปดาห์ เห็นผลชัดเจนมากในช่วง 2 เดือนหลังร้อยไหม โดยเส้นไหมละลายจะกระตุ้นให้เซลล์โดยรอบสร้างคอลลาเจนและพังผืดมาพันรอบแนว เส้นไหม ซึ่งสามารถกลับมาร้อยใหม่ได้ บางเส้น หย่อนตรงไหนก็ร้อยแก้ไขตรงนั้นได้ ขณะที่ร่างกายจะค่อยๆ กำจัดเส้นไหมละลายออกไป พบว่าหลังร้อยไหม ผิวสามารถคงความตึงกระชับได้นานประมาณ 1-3 ปี หลังจากนั้นก็จะหย่อนคล้อยตามอายุ

 

ข้อควรระวังในการร้อยไหม

      ต้องใช้เทคนิคปลอดเชื้อเพื่อป้องกันการอักเสบติดเชื้อที่ผิวหนัง ผู้เข้ารับการรักษาต้องหยุดยาละลายลิ่มเลือดก่อนอย่างน้อย1สัปดาห์ และไม่ควรมีผื่นหรือแผลบริเวณที่จะทำการร้อยไหม ก่อนทำการรักษาจะทายาชาบริเวณที่จะทำก่อนเป็นเวลา45นาที แพทย์จะเป็นผู้ทำการร้อยไหม หลังทำการรักษาอาจมีบวมเล็กน้อย และอาการเสียวไหมบริเวณที่รับการรักษาได้เป็นอยู่ประมาณ1สัปดาห์ ไม่ต้องพักฟื้น ผลข้างเคียงอาจพบรอยช้ำจากรอยเข็มได้เล็กน้อยซึ่งจะหายได้เองภายใน1-2 สัปดาห์


02 ธันวาคม 2558

ผู้ชม 1115 ครั้ง