ดูหน้า

Chin Surgery

 

 

ศัลยกรรมเสริมคาง เป็นอีกหนึ่งการศัลยกรรมเพื่อการปรับแต่งรูปหน้า เพราะขนาดของคางเป็นปัจจัยหนึ่งที่กำหนดมิติของใบหน้าส่วนล่าง ผู้ที่มีคางสั้น คางเล็ก คางไม่มีความนูน หรือคางร่นมาด้านหลัง ทำให้ใบหน้าดูกลม หน้าสั้น ส่วนกลางของใบหน้าดูกว้าง คอดูมีเนื้อเยอะ ซึ่งเป็นรูปลักษณ์ที่ไม่สวยงาม สามารถแก้ไขโดยการเสริมคาง ทำให้สามารถมองเห็นรูปคางได้ชัดเจน ใบหน้าส่วนล่างก็จะดูมีมิติ มีสมดุล เติมเต็มคางให้สวยงาม บางคนมีรูปใบหน้าเหลี่ยมต้องการให้ลดเหลี่ยมการเสริมคางก็สามารถปรับให้หายเหลี่ยมได้ โดยไม่มีความจำเป็นต้องตัดกรามเลย  การทำศัลยกรรมเสริมคางจะช่วยปรับรูปหน้า จากการที่ทำศัลยกรรมแล้วคางจะนูนขึ้น กว้างขึ้น ทำให้หน้าดูยาวขึ้นได้ด้วยนอกจากการศัลยกรรมเสริมคางแล้ว ยังมีการศัลยกรรมเกี่ยวกับคางอีกอย่างหนึ่ง คือ "การศัลยกรรมเลื่อนคาง" (Sliding Genioplasty หรือ Chin Advancement) มักทำในกรณีคนที่มีคางสั้นมาก ๆ และร่นไปอยู่ด้านหลังเยอะ ซึ่งหากใช้ซิลิโคนเสริมก็ต้องเป็นซิลิโคนชิ้นใหญ่ และดูไม่เป็นธรรมชาติ ศัลยแพทย์จะทำการเลื่อยกระดูกส่วนคางในแนวนอน และทำการเลื่อนตำแหน่งออกมาด้านหน้าจากนั้นจึงใช้ น๊อตพิเศษยึดเอาไว้ ก็จะทำให้ใบหน้าที่เคยดูอูมกลม กลับมาได้สัดส่วนและดูเรียวมีมิติมากขึ้น  

 

ผู้ที่เหมาะสมสำหรับการทำศัลยกรรมเสริมคาง
          รูปหน้าส่วนล่างโดยการฉีดฟิลเลอร์ร่วมด้วย เพื่อให้เห็นรูปคางที่ชัดเจนและสวยงามมากยิ่งขึ้น 



การเตรียมตัวก่อนศัลยกรรมเสริมคาง

         -  กินอาหารที่มีประโยชน์และดื่มน้ำมาก ๆ 

       -  งดอาหารเสริมหรือยาที่มีคุณสมบัติเรื่องการแข็งตัวของเลือด ทั้งนี้คุณจำเป็นต้องแจ้งรายละเอียดแก่แพทย์ถึงยาและอาหารเสริมรวมทั้งสมุนไพรที่คุณรับประทานอยู่

         -  กินอาหารให้พออิ่มก่อนเข้ารับการศัลยกรรม เพราะหลังการศัลยกรรมแล้วมักกินอะไรไม่ได้มาก 

         -  แปรงฟัน บ้วนปากให้สะอาด ก่อนเข้ารับการผ่าตัด

 

ขั้นตอนศัลยกรรมเสริมคาง

  1. แพทย์จะทำการวัดสัดส่วนขนาดของคางเดิม และ ใบหน้าโดยรวมเพื่อดีไวน์คางใหม่ให้รับกับใบหน้า
  2. แพทย์จะทำการเหลาซิลิโคนตามที่วัดไว้
  3. ทำความสะอาดใบหน้าและบริเวณคางและบริเวณช่องปาก
  4. ฉีดยาชาในส่วนของคางทั้งหมด
  5. ทำการเปิดแผลแล้วแต่วิธีว่าเปิดภายในหรือภายนอก
  6. แพทย์จะทำการเปิดช่องว่างเพื่อใส่ซิลิโคนเข้าไปตามตำแหน่งที่วัดไว้
  7. เมื่อตรงตามตำแหน่งแล้วแพทย์จะทำการเย็บปิดบาดแผล รวมถึงชั้นกล้ามเนื้อด้วย

 

ความเสี่ยงในการศัลยกรรมเสริมคาง

      -  ริมฝีปากรู้สึกชา เนื่องจากมีแผลผ่าตัดอยู่ด้านในริมฝีปากล่าง ซึ่งอาการจะค่อย ๆ บรรเทาลงเองเมื่อเวลาผ่านไปคางและบริเวณรอบ ๆ มีอาการบวม เจ็บ การรับความรู้สึกที่บริเวณคางเปลี่ยนไป อาจเป็นได้ทั้งเพียงชั่วคราว หรือเกิดขึ้นถาวร

      -  ซิลิโคนเลื่อนออกจากตำแหน่ง อันเกิดจากการกระทบกระเทือนที่บริเวณใบหน้า 

      -  เกิดการติดเชื้อที่แผลผ่าตัด 

 

การฟักฟื้นหลังศัลยกรรมเสริมคาง

        -  ในกรณีที่แผลผ่าตัดอยู่ภายในช่องปาก หลังการผ่าตัดผู้ป่วยควรกินอาหารเหลวหรืออาหารอ่อนที่ไม่ต้องเคี้ยวมาก เพื่อลดการกระทบกระเทือนของบาดแผล และบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากหรือน้ำเกลือทุกครั้งหลังกินอาหาร เพื่อไม่ให้เศษอาหารไปติดที่ปากแผล หรือเกิดการติดเชื้ออักเสบในกรณีช่องปากไม่สะอาด 

        -  อาการปวดบวมที่บริเวณแผลสามารถเกิดขึ้นได้ใน 3-4 วันหลังการผ่าตัด แต่หากปวดมากผิดปกติควรกลับไปพบแพทย์ ซึ่งแพทย์อาจจ่ายยาแก้ปวดลดอักเสบ รวมถึงจ่ายยาฆ่าเชื้อเพื่อป้องกันอาการติดเชื้อด้วย แต่หากเกิดความผิดปกติเกี่ยวกับการผ่าตัด แพทย์อาจพิจารณาให้นำซิลิโคนออกได้

          -  นอนในท่ายกศีรษะสูง ให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก ไม่คั่งอยู่ที่บาดแผล 

          -  งดการออกกำลังกายหรือกิจกรรมหนักเพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนที่บริเวณใบหน้า

          -  สามารถกลับไปทำกิจกรรมเบา ๆ ตามปกติได้ภายใน 5-7 วัน 

 

การดูแลหลังศัลยกรรมเสริมคาง

         -  ประคบเย็นประมาณ 2 วัน เพื่อลดอาการบวม

         -  นอนศีรษะให้สูงเพื่อลดอาการบวม

         -  อย่ายิ้มบ่อยอาจทำให้แผลปริได้

         -  หากต้องการทาลิปสติกแนะนำให้ใช้หลัง 1 สัปดาห์

         -  งดอาหารเผ็ดมากและอาหารที่จำเป็นต้องเคี้ยว

         -  งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

         -  ห้ามใช้ลิ้นดุนหรือใช้มือดึงไหมในปากเพราะไหมเป็นไหมละลาย

         -  ระวังคางกระแทก

         -  งดใช้เสียงหลังจากเสริมคางไป2 วัน

         -  พลาสเตอร์ปิดแผลนำออกได้หลังจากผ่าตัด 2 วัน

         -  แพทย์จะนัดตรวจแผล 1 เดือนหลังจากการผ่าตัด


11 มกราคม 2559

ผู้ชม 1141 ครั้ง