ดูหน้า

Lip Surgery

 

การศัลยกรรมปาก   ช่วยตกแต่งริมฝีปากบนที่ค่อนข้างหนา หรือแก้ไขปากที่มีรูปทรงไม่สวยงาม ให้ดูน่ารักมีกระจับเป็นรอยหยักที่ดูเซ็กซี่มีเสน่ห์ ริมฝีปากดูอวบอิ่ม ดูเย้ายวนเซ็กซี่น่าหลงใหล ใช้เวลาทำน้อย ค่าใช้จ่ายไม่สูง ซึ่งริมฝีปากที่สวยนั้น ริมฝีปากบนจะต้องบางกว่าริมฝีปากล่างครึ่งหนึ่ง ปากจะต้องเป็นทรงกระจับ ทำให้รูปปากดูเข้ากับรูปหน้า การศัลยกรรมปากต้องทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญ เนื่องจากต้องใช้ความประณีตและฝีมืออย่างมากเนื่องจากมีความละเอียดอ่อนมากเนื่องจากบริเวณปากมีเส้นประสาทและเลือดมาหล่อเลี้ยงจำนวนมาก  

 

ขั้นตอนการผ่าตัดริมฝีปาก

         ขั้นตอนการผ่าตัดริมฝีปากทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 45 นาที – 1 ชั่วโมง

        1.  แพทย์จะเริ่มด้วยการฉีดยาชาในบริเวณรอบริมฝีปาก และยานอนหลับชนิดอ่อนเพื่อลดอาการเจ็บและลดความกังวล

        2.  แพทย์ระเริ่มตัดริมฝีปากที่เป็นส่วนเกินไปตามแนวของริมฝีปากทำให้ปากบาง
        3.  เย็บด้วยไหมละลายตามแนวที่ตัดไปโดยรอยไหมจะถูกซ่อนไว้ด้านในเหมือนแผลหายไหมก็จะหายไปเนื่องจากเป็นไหมละลาย

 

การดูแลรักจากผ่าตัดริมฝีปาก

       1.  ในช่วง 3 วันแรกควรนอนหมอนสูงเพื่อบรรเทาอาการปวด

       2.  ประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการเจ็บ
       3.  บ้วนปากด้วยน้ำสะอาดบ่อยๆ การบ้วนปากนั้นจะช่วยสมานแผลและเป็นการล้างแผลไปด้วยในตัว
       4.  ห้ามรับประทานอาหารรสจัด
       5.  เมื่อแผลแห้งสนิทให้ทำการนวดปาก โดยการใช้นิ้วคลึงเพื่อลดการตึงของแผล
       6.  ขยันทาลิปมันเพื่อให้ปากชุ่มชื่นตลอดเวลา
       7.  ช่วงเวลา 1 เดือนอย่าฉีกยิ้มบ่อยเพื่อกันแผลฉีก
       8.  หลีกเลี่ยงกิจกรรมกระทบกระเทือนทุกชนิดเป็นเวลา 2 อาทิตย์

 

           หลังจากที่ทำการศัลยกรรมมาจะเกิดบาดแผลของรอยผ่าตัด และรอยเย็บต่าง ๆ ซึ่งการทำศัลยกรรมปากกระจับนี้ก็เช่นเดียวกัน คือ หลังจากที่ทำศัลยกรรมใน 1-3 วันแรก ปากจะค่อนข้างบวมช้ำและแดง จึงทำให้ปากมีขนาดใหญ่มากกว่าปกติ เนื่องจากยังมีอาการอักเสบของฝีเย็บบริเวณริมฝีปากอยู่ และจากนั้นเมื่อผ่านไป 1-2 สัปดาห์ อาการบวมและอักเสบของริมฝีปากจะค่อย ๆ ลดลงจนเป็นปกติและสวยงามเป็นทรงประจับในที่สุด จำเป็นจะต้องดูแลรักษาอย่างถูกต้องและถูกวิธี ด้วยวิธีการต่าง ๆ ดังนี้

       -  ประคบเย็นอย่างต่อเนื่องใน 3 วันแรกและให้พักผ่อนให้มากที่สุด ด้วยการนอนหนุนหมอนสูง จากนั้นจึงนำผ้าขนหนูห่อน้ำแข็งประคบบริเวณรอบปากหรือช่วงแก้ม หลีกเลี่ยงการประคบบริเวณรอยแผล เพื่อป้องกันอาการบวมที่อาจเกิดขึ้นได้

       -  รักษาความสะอาดบริเวณริมฝีปากและช่องปากอยู่เสมอ ด้วยการแปรงฟันอย่างเบามือ หรือใช้น้ำเกลือแทนน้ำยาบ้วนปากเมื่อรับประทานอาหารเสร็จทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เศษอาหารตกค้างสะสมจนทำให้แผลติดเชื้อ

       -  งดกิจกรรมที่จะทำให้แผลกระทบกระเทือน เช่น การขยับริมฝีปากกว้าง พูด หรือหัวเราะมากจนเกินไป การสัมผัสจับริมฝีปาก การเคี้ยวอาหารที่มีความแข็งและเหนียว เล่นกีฬา และที่สำคัญยังควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 1-2 เดือนอีกด้วย

       -  รับประทานยาตามแพทย์สั่ง และทำตามคำแนะนำของแพทย์ให้ครบและหมดภายในระยะเวลาที่ได้กำหนด

 


11 มกราคม 2559

ผู้ชม 1464 ครั้ง