ดูหน้า

Breast Augmentation (Silicon)

 

การผ่าตัดเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน คือการผ่าตัดเพื่อเพิ่มขนาดของหน้าอกให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งการผ่าตัดเสริมหน้าอกยังช่วยให้รูปร่างของหน้าอกดีขึ้น นอกจากนี้ การผ่าตัดเสริมหน้าอกยังสามารถแก้ปัญหาเต้านมหย่อนคล้อย เพื่อเป็นการเพิ่มขนาดของเต้านมหลังจากมีบุตร หลังการให้นมบุตร ซึ่งเต้านมอาจจะมีความตึงน้อยลง นอกจากนี้ การผ่าตัดเสริมหน้าอกยังสามารถแก้ไขขนาดที่แตกต่าง ของเต้านมทั้งสองข้าง แก้ไขรูปทรงที่ผิดปกติ
ซิลิโคนที่จะใส่เข้าไปนั้นควรมีความเหมาะสมเรื่องขนาด และไม่ใหญ่จนเกินพอดีเหมาะสมกับสรีระของร่างกาย นอกจากนี้การเลือกผิวและรูปทรงของซิลิโคน ก็มีความสำคัญเช่นกัน เช่นซิลิโคนที่ เป็นผิวเนื้อทรายจะทำให้เกิดพังพืดได้ง่ายขึ้น ซึ่งพังพืดเหล่านี้จะทำให้หน้าอกของคนไข้ มีอาการแข็งสัมผัสไม่เป็นธรรมชาติ และอาจจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไข ซึ่งซิลิโคนที่มีผิวเป็นเนื้อทราย จะมีราคาแพงกว่าซิลิโคนที่มีผิวเรียบ แต่ให้ผลดีกว่า นอกจากผิวสัมผัสของซิลิโคนแล้ว คนไข้ควรต้องปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับรูปทรงของซิลิโคนด้วยเช่นกัน โดยปัจจุบันมีซิลิโคนที่เป็นทรงหยดน้ำ ซึ่งจะช่วยทำให้หน้าอกหลังได้รับการผ่าตัดมีความเป็นธรรมชาติมากกว่าซิลิโคนทรงกลม เนื่องจากทรงหยดน้ำจะสามารถเข้ากับสรีระหน้าอกได้เป็นธรรมชาติมากกว่า

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการเสริมหน้าอก
- งดการสูบบุหรี่ทั้งก่อนและหลังเข้ารับการผ่าตัด 2 สัปดาห์
- งดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 5 วัน เพื่อลดอาการติดเชื้อและลดอาการบวม
- งดยาแก้ปวดทุกชนิดทั้งในกลุ่มแอสไพรินและไอบลูโพเฟ่น หรือยาที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด อย่างน้อย 2 อาทิตย์
- แจ้งประวัติการแพ้ยาแก่แพทย์
- งดอาหารและงดน้ำเป็นเวลา 6 ชั่วโมง อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดเรียบร้อย

ขั้นตอนการเสริมหน้าอก

  1. แพทย์จะวัดขนาดหน้าอกตอนยังไม่เสริมก่อน
  2. แพทย์จะทำการคิดคำนวณมารค์จุดซึ่งอันนี้แล้วแต่เทคนิคแพทย์แต่ละท่าน
  3. แพทย์ทำการวางยาสลบ
  4. จากนั้นแพทย์จะทำความสะอาดบริเวณโดยรอบที่จะทำการผ่าตัด
  5. แพทย์จะทำการเจาะรูเพื่อใส่ซิลิโคนเข้าไปซึ่งวิธีต่างๆท่านจะเป็นคนเลือกว่าจะใส่แบบไหน ทั้งใส่ใต้ราวนม ใต้รักแร้ ผ่านทางสะดือหรือเข้าไปทางหัวนม ซึ่งราคาแต่ละตัวก็จะต่างกันออกไป
  6. ทำการเย็บปิดแผลเป็นอันเรียบร้อย


แผลจากการเสริมหน้าอก
- บริเวณราวนม บริเวณนี้จะทำให้เห็นแผลชัดเจนอาจจะเกิดแผลเป็นบริเวณราวนมเห็นได้ชัดเจน
- บริเวณรอบหัวนม แผลบริเวณนี้มีโอกาสขยายใหญ่ได้ อาจจะเกิดอาการชารอบๆหัวนมได้
- ทางด้านรักแร้ แผลบริเวณรักแร้เป็นที่นิยมมากเพราะว่า มักจะไม่เห็นแผล บางรายแผลเป็นแทบมองไม่เห็นจะดูเป็นธรรมชาติมากๆ ทำให้มีทราบเลยว่ามีการเสริมหน้าอกมา จึงเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในส่วนนี้

คำแนะนำหลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก

  1. คนไข้ต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลอย่างน้อย 1 คืน เพื่อดูอาการหลังทำการผ่าตัด ซึ่งคนไข้จะได้รับการให้ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยานอนหลับ โดยตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งหลังผ่าตัดเสริมหน้าอกแล้ว คนไข้มักจะมีอาการปวดระบมบริเวณหน้าอกและรักแร้ของคนไข้ทั้ง 2 ข้าง ประมาณ 2-3 วันแรก โดยเฉพาะเวลาที่คนไข้ยกแขนแต่อาการปวดเหล่านี้ก็จะค่อย ๆหายเป็นปกติเอง
  2. เนื่องจากในขณะการผ่าตัดเสริมหน้าอก จะต้องทำการดมยาสลบและต้องใส่ท่ออากาศเพื่อช่วยหายใจ ดังนั้นเมื่อหลังจากผ่าตัดแล้ว คนไข้อาจมีอาการเจ็บคอ อาจรวมไปถึงเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียนได้ โดยทั่วไปแล้ว อาการคลื่นไส้และอาเจียนจะดีขึ้นเมื่อได้รับประทานยาแก้คลื่นไส้อาเจียนส่วนเรื่องอาการเจ็บคอ ก็จะหายไปเองภายในเวลาประมาณ 1-2 วัน
  3. ในวันแรกหลังผ่าตัด แพทย์จะเอาสายระบายน้ำเหลืองออก และแกะผ้าพันหน้าอกออกให้และก็ทำการพันผ้าเข้าไปใหม่ในลักษณะเหมือนเดิม ในบางรายถ้าผ้าพันหน้าอกเกิดหลุดหรือร่นลงมาคุณหมอก็จะให้เปลี่ยนใส่ชุดชั้นในของคนไข้ เป็นการใส่แบบสปอร์ตบราหรือชุดชั้นในแบบไม่มีโครงแทนและควรจำเป็นที่จะต้องใส่ทั้งกลางวันและกลางคืนในช่วงสัปดาห์แรก ๆหลังการผ่าตัด
  4. แพทย์จะสอนวิธีการนวดหน้าอกให้คนไข้ โดยจะแนะนำให้คนไข้เริ่มหัดนวดหน้าอกในวันที่ 4 หรือ 5หลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก โดยให้นวดระยะเวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง วันละ 2-3 ครั้งและหลังจากนั้นประมาณ 3 สัปดาห์ ให้นวดวันละ 1-2 ครั้งก็พอ และต้องทำต่อเนื่องกันอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปีเพื่อที่จะให้หน้าอกที่เสริมไปแล้ว ดูสวยงามและไม่เกิดปัญหาการแข็งตัวด้วย
  5. คนไข้สามารถใส่ยกทรงได้ตามปกติ ถ้าจะให้นวดหน้าอกให้ได้ดีก็ไม่ควรใส่แบบมีโครงในช่วง 1 เดือนแรก ๆ แต่ถ้าการนวดหน้าอกยังไม่ดีพอ ก็ไม่ควรใส่ยกทรงที่รัดแน่นจนเกินไป
  6. หน้าอกของคนไข้จะยุบลงบ้าง และก็จะดูสวยงามประมาณ 1 เดือนหลังจากเสริมหน้าอกไปและจะเข้าที่เข้าทางประมาณ 3-6 เดือนหลังทำ ซึ่งภายใน 3 เดือนแรกอาจมีอาการปวดเล็กน้อยในบางตำแหน่งหรืออาจเกิดมีเสียงเหมือนเสียงลมหรือน้ำ ในขณะเวลาที่คนไข้นวดหน้าอกและอาจจะเกิดรู้สึกชาบริเวณหน้าอกหรือหัวนม โดยอาการเหล่านี้จะเป็นเพียงชั่วคราวและก็จะหายไปเอง
  7. ต้องมาพบแพทย์ตามนัดทุก ๆครั้ง โดยเฉพาะช่วงแรก ๆ คุณหมอจะนัดเข้ามาพบและจะให้พยาบาลสอนวิธีการนวดหน้าอกให้ด้วย


11 มกราคม 2559

ผู้ชม 1640 ครั้ง