ดูหน้า

Breast Augmentation (Fat)

 

ในปัจจุบันจึงมีการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ขึ้นและเรียกว่า การคัดเลือกเซลล์ไขมัน หรือ CAL ที่ย่อมาจาก Cell Assisted Lipotransfer การเสริมหน้าอกด้วย CAL จะเริ่มต้นจากดูดไขมันตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น สะโพก ต้นขา หน้าท้อง ต้นแขน ด้วยเครื่องดูดไขมันแบบดั้งเดิม จากนั้นคัดเลือกเซลล์ต้นกำเนิดด้วยมือ เพื่อให้ได้เซลล์ที่สมบูรณ์และยังมีชีวิตอยู่ ก่อนฉีดเข้าไปยังเต้านมทันที ซึ่งจะฉีดบริเวณชั้นใต้เนื้ออกและไขมันที่ไม่ใช่เนื้อหน้าอก จึงไม่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง เนื่องจากไม่รบกวนระบบของเนื้อเยื่อเต้านม และมีเทคนิคในการฉีดที่ละเอียดลออมากขึ้น ทำให้แม้ว่าในภายหลังจะทำเมมโมแกรมเพื่อตรวจหามะเร็งเต้านม ก็ไม่เกิดปัญหาผิดพลาดใด ๆ การใช้ไขมันตัวเองมาเสริมไซส์หน้าอกด้วยนวัตกรรม CAL จะไม่สูญสลายไปนั้น ก็เพราะเซลล์ไขมันที่คัดเลือกยังมีชีวิต และเมื่อได้เส้นเลือดมาหล่อเลี้ยงก็จะสามารถอยู่ได้อย่างถาวรไม่สลายไป CAL จึงเป็นเทคโนโลยีระดับเซลล์ ที่สนับสนุนให้วิธีการเสริมหน้าอกด้วยเนื้อเยื่อธรรมชาติได้ผลดีมากขึ้น อีกทั้งการนำไขมันของตนเองมาใช้ นอกจากประโยชน์ในเรื่องของความเป็นธรรมชาติที่ให้ลักษณะความนิ่มและรูปทรง และไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมต่อร่างกายแล้ว ผู้ที่เสริมหน้าอกยังได้ลดขนาดการสะสมไขมันของร่างกายในบริเวณที่ไม่ต้องการ เช่น หน้าท้อง หรือต้นขา เพียงแต่ต้องดูด้วยว่าคนที่จะเสริมหน้าอกด้วยวิธีนี้ มีไขมันในร่างกายเพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่ก็ต้องมีการให้ฮอร์โมนสร้างไขมันก่อน

ข้อจำกัดของการทำ CAL
ขึ้นอยู่กับไขมันที่คนไข้มี ถ้าคนไข้มีไขมันที่ไม่เพียงพอ เพราะไม่ใช่แต่ที่จะเอามาฉีดเท่านั้น ต้องนำมาทำแลปด้วย และไซส์ ถ้าคนไข้ต้องการเกิน 1-2 คัพไซส์ CAL อาจจะไม่ตอบโจทย์ เพราะฉะนั้นหากต้องการได้ใหญ่มาก จากที่มีน้อยต้องการใหญ่ค่อนข้างเยอะ ทางเลือกจึงต้องเป็นซิลิโคน หรือบางคนต้องการทำ แต่ยังไม่มีไขมันที่จะดูดออกมามากพอ อาจต้องเสริมด้วยซิลิโคนไปก่อน แล้วให้ฮอร์โมนเสริม เพื่อรอให้อ้วน และมีไขมันมากขึ้น ค่อยเอาซิลิโคนออก แล้วค่อยฉีด ปัจจุบันก็มีทางเลือกให้กับคนไข้มากขึ้น ข้อเสียอีกอย่างหนึ่งของวิธีนี้ก็คือหลังฉีดไปแล้ว ประมาณ 3 เดือน อาจจะมีการสูญสลายของไขมันที่ฉีดเข้าไปได้บ้าง มีผลให้วอลลูม ลดลง เช่น ฉีดไป 100% อาจจะอยู่ซักประมาณ 70-80% (การปลูกถ่ายไขมันธรรมดาจะมีเปอร์เซ็นต์การสูญเสียที่ประมาณ 30-40%) ขึ้นอยู่กับเทคนิคในการฉีด

การเตรียมตัวก่อนการเสริมหน้าอก
ถ้าเป็นคนที่มีไขมัน หรือท้วมๆ อยู่แล้ว แต่หน้าอกเล็ก กรณีนี้ไม่เป็นปัญหา แต่ในคนที่ผอมมากๆ และต้องกินฮอร์โมนช่วย ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 เดือนต้องหยุดกินฮอร์โมน เพราะจะมีผลในเรื่องการผ่าตัด การระมัดระวังเรื่องอื่นๆ เหมือนกับการผ่าตัดทั่วไป เช่นต้องดูประวัติคนไข้ ไม่ว่าจะเป็นยาที่รับประทานประจำ การแพ้ยา รวมถึงการรับประทานวิตามิน และอาหารเสริมบางอย่าง ต้องงดก่อนผ่าตัดประมาณ 2 สัปดาห์

กระบวนการของ CAL เพื่อเสริมขนาดหน้าอก
- ศัลยแพทย์จะต้องเลือกพื้นที่ ที่จะดูดไขมันก่อนว่าจะดูดไขมันจากอวัยวะส่วนใด โดยปกติศัลยแพทย์มักจะเลือกดูดที่บริเวณหน้าท้อง, ต้นขา
- ศัลยแพทย์จะประเมินปริมาณการดูดว่าเหมาะสมหรือไม่ (สามารถประเมินทั่วไปได้ แต่จะไม่ละเอียดจนกว่าจะดูดไขมันเสร็จ)
- หลังจากดูดไขมัน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน สเต็มเซลล์จะเป็นผู้ที่สกัดเอาไขมันอย่างเดียวเพื่อมาสกัด
- หลังจากได้เต็มเซลล์แล้วศัลยแพทย์จะเป็นผู้ฉีดกลับเข้าไปที่ชั้นไขมันเนื้อนม

ผลที่ได้รับ
จะเห็นได้ทันทีว่าหน้าอกใหญ่ขึ้น ปกติไขมันจะยุบตัวลง 20-30 % หลังจากเดือนที่ 3 ไปแล้ว ขึ้นอยู่กับคนไข้แต่ละรายตอนฉีด จึงต้องฉีดเผื่อยุบด้วย อาจมีอาการบวมช้ำบ้าง แต่จะน้อยกับวิธีผ่าตัดเสริม เพราะฉีดอย่างเดียวไม่มีการเลาะส่วนมากมักมีรอยช้ำตรงบริเวณที่ดูดไขมันออกมากกว่า แพทย์จะตรวจเช็คเป็นระยะ เพื่อติดตามผล ปกติหลังทำไปแล้ว เมื่อเวลาผ่านไปอาจมีการยุบลงได้บ้าง สามารถเติมได้ ถ้าคนไข้มีไขมันให้เติม แต่สิ่งที่แตกต่างจากการฉีดไขมันทั่วไปคือ เปอร์เซ็นต์ที่ไขมันอยู่รอดมีสูงกว่ามาก


11 มกราคม 2559

ผู้ชม 1197 ครั้ง