ดูหน้า

Hair Transplant

 

Hair Transplant คือการผ่าตัดย้ายเซลล์รากผมจากบริเวณท้ายทอยและขมับทั้งสองข้างที่จะยังคงมีเส้นผมเหลืออยู่ เนื่องจากเป็นผมถาวรที่ไม่ได้รับอิทธิพลจากพันธุกรรม หรือจากฮอร์โมนไดไฮโดรเทสทอสเตอโรน (Dihydrotestosterone) ไปปลูกบริเวณที่ผมบางหรือศีรษะล้านด้านหน้าหรือกลางกระหม่อม สิ่งสำคัญคือเซลล์รากผมดังกล่าวไม่มีตัวรับ หรือมีภูมิต้านทานต่อฮอร์โมนไดไฮโดรเทสทอสเตอโรน ฉะนั้นผมที่ย้ายไปปลูกบริเวณที่ผมบางอยู่แล้ว จะไม่มีปัญหาผมร่วงอีกในอนาคต หลังจากได้หนังศีรษะจากบบริเวณท้ายทอยและขมับทั้งสองข้างแล้ว หนังศีรษะดังกล่าวจะถูกแบ่งด้วยความระมัดระวังและปราณีตโดยใช้กล้องจุลทรรศน์กำลังขยาย 10 เท่า แยกออกมาเป็นเซลล์รูขุมขน (Follicular Unit Graft (กราฟท์) โดยแต่ละกราฟท์จะประกอบด้วยเส้นผม 1-4 เส้น กราฟท์เล็กๆเหล่านี้จะถูกปลูกลงบริเวณที่ต้องการโดยไม่ทำลายรากผมเดิมที่แข็งแรงอยู่ การปลูกผมจะคำนึงถึงมุมและองศาของผมที่มีอยู่ จึงทำให้ผลที่ได้ออกมาดูธรรมชาติ และดูไม่ออก ซึ่งไม่เหมือนในสมัยก่อนที่ใช้กอผมใหญ่ๆปลูก ทำให้เห็นชัดเป็นกอๆ เหมือนกอต้นข้าวเป็นกระจุกๆ ดูไม่เป็นธรรมชาติ จำนวนกราฟท์ที่ใช้และจำนวนครั้งในการผ่าตัดขึ้นอยู่กับว่าบริเวณที่ผมบางว่ามีมากน้อยเพียงไร และขึ้นอยู่กับคุณภาพและปริมาณผมที่เหลือบริเวณท้ายทอยด้วย อาจจะทำ 1-3 ครั้ง การผ่าตัดในปัจจุบันนี้ได้ผลดี ปลอดภัย ไม่น่ากลัวและไม่เจ็บอย่างที่คิด หลังผ่าตัด 24 ชั่วโมง จะเริ่มเป็นสะเก็ดแห้งๆ ภายใน 10 วันสะเก็ดจะหลุดร่วงไป ผมที่ปลูกไปจะเริ่มงอกใหม่หลังผ่าตัด 3-4 เดือน จากนั้นจะยาวขึ้นเรื่อยๆ และอยู่ถาวรไปตลอดชีวิต

ข้อดี

  1. เส้นผมที่ขึ้นใหม่เป็นเส้นผมจริงซึ่งงอกออกจากหนังศีรษะเช่นผมปกติจึงดูเป็นธรรมชาติ
  2. ผมที่ปลูกจะอยู่อย่างถาวรไปจนตลอดชีวิตเมื่อร่วงไปแล้วก็กลับขึ้นใหม่อีก
  3. ดูแลผมเหมือนปกติ สามารถสระผมได้เอง ตัดผม ย้อมผม ฯลฯ ได้ตามร้านตัดผมทั่วไป
  4. เล่นกีฬา ออกกำลังกายได้ทุกชนิดตามปกติ
  5. ผมที่ปลูกจะค่อยๆ ขึ้นอย่างช้าๆ จนยากที่คนรอบข้างจะสังเกตได้


ขั้นตอนในการทำศัลยกรรมย้ายเซลล์รากผม

  1. แพทย์จะออกแบบแนวผมด้านหน้าเพื่อให้รับกับใบหน้าผู้ป่วยแต่ละคน การออกแบบแนวผมนี้ควรคำนึงถึงปัจจัยหลายๆ ด้าน เช่น อายุผู้ป่วย ความต้องการของผู้ป่วย โหงวเฮ้ง เพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติ
  2. กำหนดขอบเขต และวัดขนาดพื้นที่ของบริเวณที่ต้องการปลูก เพื่อใช้คำนวณหาจำนวนกอผมที่จะต้องนำมาปลูกให้เต็มที่นั้นๆ ให้ได้ความหนาแน่นที่ต้องการ
  3. เลือกเซลล์เส้นผมตรงบริเวณท้ายทอยที่ต้องการนำมาปลูก เล็มผมตรงบริเวณนี้ให้สั้นประมาณ 1-2 มม. และกำหนดขอบเขตที่ต้องการไปปลู
  4. ให้ยาชา และตัดผิวหนังที่มีเซลล์เส้นผมที่ออกจากหนังศีรษะจากบริเวณที่กำหนดไว้ในข้อ 3 แล้วเย็บปิดแผล ผมทางด้านหลังจะปิดบังรอยแผล ทำให้ไม่สามารถสังเกตเห็นได้
  5. ชิ้นเนื้อที่ได้มานี้จะถูกนำไปแยกเซลล์ผมออกเป็นกอๆ หรือกราฟ (graft) โดยใช้กล้องจุลทรรศน์ (Microscope) โดยในแต่ละกอจะมีเซลล์ผมตั้งแต่ 1-4 เส้นตามธรรมชาติ
  6. ให้ยาชาตรงบริเวณที่ต้องการปลูกอีกครั้งหนึ่ง ใช้เข็มเจาะรูเพื่อฝังกอผมที่ได้เตรียมไว้ ขนาดของรูจะมีขนาดต่างๆ กันตามขนาดของกอผม
  7. นำกอผมที่แยกไว้มาฝังในรูที่เจาะไว้
  8. ตรวจดูความเรียบร้อยหลังฝังกอผมเสร็จก่อนที่จะให้ผู้ป่วยกลับบ้าน
  9. นัดผู้ป่วยมาสระผมในวันรุ่งขึ้นหลังทำ และสระผมทุกวัน วันละครั้งจนกระทั่งตัดไหม

 

ตัดไหมแผลด้านหลัง 10-14 วันหลังปลูกผม (ยกเว้นใช้ไหมละลาย) แผลเป็นทางด้านหลังจะเล็กมากจนยากที่จะสังเกตเห็นได้
หลังผ่าตัด สามารถกลับบ้านได้ โดยผ้ายืดคาดที่หน้าผากและท้ายทอยเพื่อป้องกันอาการบวมที่ตา อาการปวดส่วนใหญ่จะอยู่ที่แผลด้านท้ายทอยใน 1-2 วันแรก จะปวดไม่มาก ทานยาแก้ปวดก็หาย (เจ็บน้อยกว่าผ่าฟันคุด) ผลข้างเคียงค่อนข้างน้อย, หลังผ่าตัด 24 ชั่วโมง แผลจะเริ่มเป็น สะเก็ดแห้งๆ เริ่มสระผมได้ ตัดไหมวันที่ 5-7 หลังผ่าตัด ภายใน 7-10 วันสะเก็ดจะหลุดร่วงไป แต่เซลต้นกำเนิด(stem cell)ที่รากผมจะยึดติดกับเนื้อเยื่อรอบๆแล้ว จากนั้นผมที่ปลูกไปจะหลุดร่วงไปก่อนในช่วง 3-4 สัปดาห์หลังผ่าตัด แล้วผมชุดใหม่จะงอกขึ้นมา 3-4 เดือนหลังผ่าตัด โดยเฉลี่ยผมจะยาว 1-1.5 ซม.ต่อเดือน ดังนั้นกว่าผมจะยาวพอที่จะหวีจัดทรงได้ จะใช้เวลา 8-10 เดือนหลังผ่าตัด


11 มกราคม 2559

ผู้ชม 1558 ครั้ง